01.blog cover michelin star
15 January 2019 12:00

10 ร้านมิชลินสตาร์ที่ต้องไปให้ได้ (ซักครั้งนึง)

มิชลินสตาร์ เมื่อได้ยินคำนี้หลายคนคงนึกถึงร้านอาหารที่อร่อย มาพร้อมกับความราคาที่ค่อนข้างสูง แต่เครื่องหมายนี้ก็ทำเอาคนธรรมดาอย่างเราๆหลายคน อยากจะมีซักครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ที่อยากจะไปลิ้มรสความอร่อยจากเหล่าสุดยอดเชฟชื่อดัง โดยมีการจัดแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1 ดาว , 2 ดาว และ 3  ดาว


จากการสำรวจของทีมมิชลินสตาร์  ได้ประกาศรายชื่อร้านอาหารในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ผ่านการคัดเลือกจากทีมผู้สำรวจในปีแรกจำนวน 98 ร้าน ซึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว แต่วันนี้ทีมงาน Event Pop จะมาแนะนำ 10 ร้านอาหารรดับมิชลินที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องลิ้มรสให้ได้ซักครั้ง




เริ่มด้วย 1. "เจ๊ไฝ  (Raan Jay Fai) สตรีทฟู้ดเจ้าแรกของไทยและเจ้าเดียวที่ได้ 1 ดาวมิชลินสตาร์" ที่ใครๆก็รู้จักกันดี

ที่บางครั้งอาจจะต้องต่อคิวยาวเหยียด เพื่อที่จะเข้าไปลิ้มรสฝีมือของเจ๊ไฝ ไม่ว่าจะเป็น ไข่เขียวปู , ราดหน้าทะเล ,โจ๊กแห้ง , และปูผัดผงกะหรี่  ซึ่งเป็นสูตรความอร่อยที่ส่งตรงจากรุ่นพ่อถึงรุ่นลูก เมื่อ 70 ปีก่อน และเจ๊ไฝยังได้พัฒนาสูตรให้อร่อยยิ่งขึ้นจนกลายเป็นอาหารเตาถ่านในตำนานอีกด้วย

ราคา : ราดหน้าทะเลราคา 400 บาท ส่วนไข่เจียวปูอยู่ที่ 800 บาท หลังจากได้มิชลินสตาร์แล้วขึ้นมาเป็นจานละ 1,000 บาท ส่วนเมนูอาหารอื่นจะมีราคาอยู่ที่ 400 -1,000 บาทโดยประมาณ

เปิดวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 13:30 – 01:30 น.
ถนน มหาไชย กรุงเทพมหานคร (ถัดจากร้านผัดไทยประตูผี ร้านอยู่ใกล้ๆ กับแยกสำราญราษฎร์)
เบอร์โทร 02-223-9384


2. Le Du : “ฤดู” ร้านอาหารไทยในรูปแบบ Fine Dining

เป็นร้านที่ติดอันดับ 14 ของ Asia’s 50 Best Restaurants ที่เป็นการร่วมโหวตร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชียของเชฟและเซียนอาหารชื่อดังอีกด้วย



โดยจุดเด่นของร้านก็คือการนำเสนอ “ความเป็นไทย” จากทั้งสูตรอาหารโบราณที่ถูกคิดค้นมานานนับร้อยปีจากทั่วทุกภาค  และวัตถุดิบท้องถิ่นที่ถูกหลงลืมกันไปในโลกยุคปัจจุบันเข้าควบคู่กับกรรมวิธีการปรุงอาหารแบบสมัยใหม่  ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์เข้าไปอย่างเต็มๆเพื่อสร้างเป็นเมนูอาหารไทยที่มีความแตกต่าง  แต่ยังคงรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์อย่างพิถีพิถัน 

ราคา : โดยคอร์สอาหารจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบได้แก่

เห็นราคาแล้วครั้งหนึ่งในชีวิตคงต้องไปลองสักครั้งว่าจะอร่อยสมกับการการันตีจากเหล่าเชฟทั่วโลกหรือไม่?
ที่ตั้งร้าน Le Du (ฤดู) : สีลม ซอย 7 (ติด BTS ช่องนนทรี)

เวลาเปิดให้บริการ: 18:00 – 22:30
เบอร์โทร: 092 919 9969
Website: http://www.ledubkk.com
Facebook page: https://web.facebook.com/LeDuWineBarandrestaurant 

3.ร้าน GAA

อาหารของที่เป็นอาหารที่เรียกว่า Local Product, Eclectic Flavors ซึ่งเป็นการสรรหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากแต่ละที่ และเน้นการใช้เครื่องปรุงท้องถิ่นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกหนึ่งไฮไลท์ของร้าน GAA ก็คือ การิมา อะโรรา เชฟชาวอินเดียผู้เคยฝึกงานและได้เข้าทำงานกับ Noma อดีตร้านอาหารอันดับ 1 ของโลกในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก


   
เมื่อหลายคนได้ยินว่า เชฟการิมา อะโรรา (Garima Arora) มาเปิดร้าน GAA (กา) ก็คงเชื่อมั่นว่าเป็นร้านอาหารอินเดียแน่นอน แต่ความจริงแล้ว ที่นี่ไม่เน้นเครื่องเทศหนักและแทบมองไม่ออกว่าเป็นอาหารสัญชาติไหน 

(รสชาติจะเป็นอย่างไร อร่อยสมคำล่ำลืมหรือไม่ คงต้องไปทดสอบกันด้วนลิ้นของคุณเอง)

ราคา : 8 คอร์ส ราคา 1,800++ บาท และ 12 คอร์ส ราคา 2,400++ บาท

เวลาเปิด : 18.00-23.00 น.
ที่ตั้งร้าน : 68/4 ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต ลุมพินี กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 09 1419 2424
รายละเอียดเพิ่มเติม
Page: www.facebook.com/gaabangkok  หรือทางเว็บไซต์ www.gaabkk.com 

4.Canvas (แคนวาส)

ร้านที่ผสานอาหารและศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน อาหารทุกจานเปรียบเสมือนผลงานชิ้นเอกที่เชฟบรรจงรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียมโดยใช้เทคนิคประกอบอาหารที่หลากหลาย



จุดเด่นของร้านนี้ : 
เชฟที่นี่เป็นเชฟที่มากด้วยประสบการณ์อย่าง  Riley Sanders ชาวเท็กซัส จึงทำให้อาหารทุกจานถูกครีเอทขึ้นอย่างมีศิลปะ  เพราะประสบการณ์จากการท่องเที่ยวเที่ยวโลกเพื่อค้นหารสชาติใหม่ ๆ ของเชฟ Riley Sanders  และชิมอาหารทุกประเภทตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงอาหารฝีมือเชฟมิชลินชื่อดังทั่วโลก รวมถึงประสบการณ์ทำงานในร้านอาหารมิชลิน จนถึงการเป็นเชฟส่วนตัวบนเรือยอร์ช จนกระทั่งได้มาทำตามความฝันของตัวเองที่จะลงหลักปักฐานทำโปรเจกต์ Canvas เมื่อปี 2016

ราคา :  1,001-2,000 บาท ต่อคน
เวลาเปิด  : ทุกวัน เวลา18.00 น.- 00.30 น.
ที่ตั้งร้าน : ข้างซอยทองหล่อ 5 (ตรงข้ามท็อปส์มาร์เก็ต ทองหล่อ) เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ  : 0-2069-3067  , 09-9614-1158

5.เมธาวลัย ศรแดง


ร้านที่โดดเด่นด้วยอาหารรสชาติเข้มข้นถึงเครื่องและปรุงขึ้นอย่างประณีต ถึงกับถ้าหากใครในวัย 40 ปีขึ้นไป และใช้ชีวิตผ่านไปมาย่านราชดำเนิน-บางลำภู คงต้องมีสักครั้งในชีวิตที่คุณเคยเข้ากินอาหารที่ร้านแห่งนี้ ตำนานของร้านที่ทำให้เป็นตำนานของอาหารก็คือ ร้านนี้เปิดมาครบ 60 ปี โดยเปิดมาตั้งแต่ปี 2500 ตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนินบริเวณหัวมุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตรงข้ามกับโรงเรียนสตรีวิทยา มีชื่อเสียงในด้านรสชาติอาหารไทยต้นตำรับระดับชาววัง



ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการทำอยู่ที่ความใส่ใจทุกวัตถุดิบที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น มะพร้าวขูด ใช้มือคั้นกะทิ ไม่ใช้กะทิกล่อง หรือแม้แต่เมนู ยำ หรือต้มยำต่างๆ ยังคงใช้มะนาว ไม่ว่ามะนาวจะแพงไปถึงลูกละ 15 บาท ก็ยังใช้มะนาวสด  นี่จึงเป็นการการันตรีคุณภาพได้อย่างหนึ่งจากคัดสรรวัตถุดิบ ส่วนรสชาติของอาหารจากคนปรุงผู้มากประสบการณ์ของร้านจะอร่อยถูกใจของคุณหรือไม่คงจะต้องไปลิ้มรสกันซักครั้งในชีวิต

** ที่สำคัญสำหรับใครที่เดินทางด้วยรถยนต์ ที่นี่มีที่จอดรถสะดวกสบายได้ 50 คัน
ราคา : เริ่มต้นที่ 120 บาทขึ้นไป
เวลาเปิด : ทุกวัน 10.30-23.00 น. 
โทรจองล่วงหน้า :  02-224-3088


6.R-Haan (อาหาร) 

ร้านอาหารไทย Fine Dining ภายใต้แนวคิดที่ว่า ‘ในน้ํามีปลา ในนามีข้าว’ แสดงให้เห็นความสมบูรณ์ของแผ่นดินไทย และยังได้นำเสนออาหารไทยสไตล์ต้นตำรับ ทั้งอาหารท้องถิ่นพื้นบ้านและอาหารชาววัง โดยใช้วัตถุดิบชั้นดีจากทั่วประเทศอีกด้วย



อาหารที่นี่แบ่งเป็นสามคอร์ส จัดเป็น สำรับเอก สำรับโท และสำรับตรี เช่น สำรับเอกจะเสิร์ฟ ขนมครกครีมต้มข่าคาร์เวียร์โครงการหลวงดอยอินทนนท์ มาให้ชิมรสเข้ม ๆ ผสมความคาวและหวานอย่างลงตัวก่อนจะตามด้วยเมนูอื่น ๆ โดยในแต่ละสำรับจะมีทั้งเครื่องคาว เครื่องหวาน เครื่องจิ้มและของหวานเสิร์ฟอย่างไทยโบราณ อีกสิ่งที่สำคัญคือความสมดุลในแต่ละสำรับที่จะต้องมีความพอดีของรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ให้ลงตัว ถือเป็นความครบรสในเสน่ห์ของอาหารไทย

ราคา : 
สำรับตรี    2,212 บาท ต่อคน
สำรับโท    2,412 บาท ต่อคน
สำรับเอก   2,612 บาท ต่อคน

สถานที่ตั้งร้าน : 131 ซอยสุขุมวิท 53 เขต วัฒนา กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด : 18.00 น.- 23.00 น.
โทรจองล่วงหน้า : 0-2059-0433
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/RHAANThai 


7. SAAWAAN (สวรรค์) 

ร้านอาหารที่นำเสนอเฉพาะเซตเมนูอาหารไทย 10 คอร์ส ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบตามฤดูกาลที่คัดเลือกจากแหล่งชั้นดี ทุกจานมีรสชาติและรสสัมผัสที่ซับซ้อนแต่กลมกล่อมและลุ่มลึก



ร้าน Saawaan ถูกดูแลโดยเชฟอ้อม เชฟผู้มากประสบการณ์และอยู่ในวงการอาหารมาอย่างยาวนาน เพราะเชฟอ้อมนั้นเคยผ่านการทำงานในห้องอาหารใหญ่ ๆ หลายที่ แถมยังเคยร่วมงานกับเชฟคนดังอย่างเชฟเอียนมาอีกด้วย ด้วยความรู้ทางด้านอาหารยุโรป และความชอบส่วนตัวทางด้านการทำอาหารไทย เชฟอ้อมจึงรังสรรค์เมนูต่าง ๆ ของที่นี่ขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ที่ว่า “อยากรักษาอาหารไทยเมนูหากินยากไว้ให้คนไทยได้รู้จักกันไปนาน ๆ และเป็นการยกระดับอาหารไทยบ้าน ๆ สู่ความ High-End แบบสากล”

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วแม้ว่าจะเป็นเมนูที่หลายคนเคยรับประทานกัน คงต้องไปลองซักครั้งหนึ่งว่ารสชาติจากการปรุงโดยเชฟมากประสบการณ์จะทำให้ความรู้สึกในรสชาติอาหารเหมือนทุกครั้งหรือไม่ 

ราคา : 1,950 บาท++ (10 คอร์ส)
ที่ตั้งร้าน : 39/19 ซอยสวนพลู ถนนสาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ
โทรจองล่วงหน้า : 0-2679-3775-6
เวลาเปิด : ทุกวันพุธ – วันจันทร์ 18.00 - 23.00 น.
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/saawaanbkk 


8.ศรณ์

ร้านอาหารใต้ใจกลางย่านสุขุมวิท ที่พร้อมเสิร์ฟตำรับความอร่อยของ คุณยอดขวัญ อยู่พุ่มพฤกษ์ เชฟมากฝีมือที่ใส่ Passion ใส่ใจทุกรายละเอียดของการทำอาหารลงไป สร้างอัตลักษณ์อาหารใต้ให้เป็นที่จดจำว่ามีความน่าสนใจไม่แพ้อาหารสัญชาติใดในโลก



จากแรงบันดาลใจในการค้นพบวัตถุดิบท้องถิ่นภาคใต้ที่เริ่มสูญหาย ถูกนำมาครีเอทใหม่สู่เมนูจานหลักอีกครั้ง ด้วยการตามหาวัตถุดิบชั้นเลิศที่เริ่มต้นจากการลงพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด พร้อมนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคนิคปรุงอาหารที่ทันสมัย ให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษที่เสิร์ฟในสไตล์ของ Fine Southern Cuisine คอร์สอาหารใต้แบบเรียงตามลำดับผสานเข้ากับการเสิร์ฟสำรับแบบไทยที่สามารถแบ่งกันทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ได้ด้วย

จุดเด่นของร้านอยู่ที่ ตัววัตถุดิบหลักที่ทางร้านใช้นั้นถูกส่งตรงจากภาคใต้ 14 จังหวัด โดยใช้ระยะเวลาในการตามหาวัตถุดิบนาน 5-6 ปี ส่วนเมนูอาหารของที่นี่จะเน้นสิร์ฟแบบคอร์สเมนูหรือแบบเป็นสำรับเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 22 เมนู รสชาติปักษ์ใต้แท้ ๆ แต่ถูกครีเอทใหม่และเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาล 

ราคา  :  คอร์สละ 2,700 บาทต่อคน
สถานที่ตั้งร้าน  : สุขุมวิท 26
เวลาเปิด : อังคาร-ศุกร์ 18.00 – 23.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 12.00 – 14.00น. / 18.00 – 23.00 น. (ปิดวันจันทร์)
โทรจองล่วงหน้า : 099-0811119‬ (แนะนำว่าต้องโทรจองก่อนด้วยนะคะ)
รายละเอียดเพิ่มเติม  : https://bit.ly/2FcmZoF 


9.เรือนปั้นหยา (สมุทรสาคร)



ธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวเล็กๆ แต่มีชื่อเสียงจากการบอกต่อกันปากต่อปากด้วยความอร่อยและคุณภาพที่เหนือชั้น โดยเจ้าของร้านบรรจงปรุงทุกเมนูเองอย่างพิถีพิถัน 

ราคา : หลนปูเนื้อ ตามน้ำหนัก กิโลละ 2,000 บาท ,กุ้งกุลาอบเกลือ และแกงหลากหลายชนิดที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น 

ที่ตั้งร้าน :  1300/600 ซอย เอกชัย 13  ถนน นรราชอุทิศ  จ.สมุทรสาคร 74000

เบอร์โทรศัพท์ 034-424707
เวลาเปิด-ปิด : 11:00-20:00

และสุดท้ายใครที่อยู่ จ.นนทบุรีต้องไปให้ได้ ร้านที่ 10. สวนทิพย์ (นนทบุรี)

ร้านอาหารท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีริมแม่น้ำที่นำเสนออาหารไทยโบราณแสนประณีตสไตล์ชาววัง  



แต่ด้วยความเป็นอาหารชาววัง แต่ละเมนูอาหารจะเป็นแนวพื้นบ้านแบบไทยเดิม ที่อร่อยและตกแต่งสวยงามลงตัว ด้วยรสมือของแม่ครัวที่อยู่ด้วยกันมา 30-40 ปี โดยไม่มีตำราใดๆ ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นต่อรุ่น สังเกตจากในแต่ละเมนูอาหารไทยทุกเมนู   จะเน้นโปรตีนและผัก ทานแล้วไม่อ้วน เพราะสมัยก่อนมันจะมีวิถีชีวิตในทุกรายละเอียด เช่น หน้าร้อนก็กิน ข้าวแช่ ทานของใส แกงส้ม ต้มยำ ต้มกระดูกหมู หน้าฝน ก็กินผักมากเพราะใบไม้สวยงาม บะช่อตำลึง ด้วยรสชาติของอาหารที่หลายคนบอกต่อกัน กับการสร้างสรรค์ในแต่ละจานให้พิเศษ จึงเป็นอีกร้านหนึ่งที่หลายๆคนอยากจะเข้าไปลิ้มลองให้ได้สักครั้ง

ราคา :
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร : (02) 583-3748, (02) 583-4540-2
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.suanthip.com/





มิชลินสตาร์, Michelin star, food, อาหาร